FAQ & Knowledge

คำถามที่พบบ่อย & ข้อมูลเทคนิค

รวบรวมข้อมูลเชิงลึก ข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนกฎหมาย มาตรฐานการรังวัด พิกัดทางวิศวกรรม และการเตรียมตัวก่อนเริ่มโครงการ เพื่อความโปร่งใสและการประสานงานที่รวดเร็ว

1. การเตรียมตัว เอกสาร และข้อกฎหมาย

เอกสารหลักที่จำเป็นต้องใช้ในการวางแผนและสืบค้นข้อมูลประกอบด้วย:
1. สำเนาโฉนดที่ดิน (น.ส. 4) หรือเอกสารสิทธิ์ครอบครอง โดยต้องถ่ายสำเนาให้เห็นรายละเอียดครบถ้วนทุกหน้า ทั้งหน้าตรงด้านหน้าและสารบัญจดทะเบียนด้านหลังโฉนด (ห้ามตัดขอบเนื่องจากต้องใช้เลขระวางมาตราส่วน)
2. แผนที่ระบุพิกัดหรือตำแหน่งที่ดินคร่าวๆ เช่น หมุดปักจาก Google Maps หรือแผนที่สังเขป เพื่อให้ทีมงานเข้าพื้นที่ได้ถูกต้อง
3. สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของที่ดิน หรือหนังสือมอบอำนาจพร้อมติดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย (ในกรณีที่เจ้าของกรรมสิทธิ์ไม่ได้มาดำเนินการสั่งงานหรือคุมหน้างานด้วยตัวเอง)

บริษัท เจ แอนด์ ที เซอร์เวย์ จำกัด ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ของเราทุกลำมีการขึ้นทะเบียนถูกต้องกับสำนักงาน กสทช. และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) พร้อมประกันภัยบุคคลที่สาม ก่อนเริ่มงานบินสำรวจ ทีมวิศวกรของเราจะทำหน้าที่ประสานงานยื่นเอกสารขออนุญาตทำการบินไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พื้นที่เขตทหาร หรือเขตปลอดภัยการบิน (หากพื้นที่โครงการอยู่ใกล้สนามบิน) เพื่อให้การดำเนินงานของผู้ว่าจ้างปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย 100%

การรังวัดของเอกชน (บริษัทเรา): มุ่งเน้นความรวดเร็วและความละเอียดทางวิศวกรรม เพื่อตรวจสอบเนื้อที่จริง หาตำแหน่งหมุดเดิมที่สูญหาย หรือเตรียมพื้นที่ก่อนการออกแบบ/ก่อสร้าง/ซื้อขาย โดยผลลัพธ์สามารถนำไปใช้อ้างอิงและลงนามรับรองโดยวิศวกรสำรวจได้ แต่จะไม่มีผลในการเปลี่ยนรูปแปลงโฉนดทางกฎหมาย
การรังวัดของเจ้าพนักงานที่ดิน: เป็นการดำเนินการทางนิติกรรมเพื่อออกโฉนดแปลงใหม่ แบ่งแยกแปลง หรือโฉนดกรรมสิทธิ์รวม ซึ่งมีขั้นตอนตามกฎหมายที่ต้องใช้ระยะเวลารอคิวค่อนข้างนาน (เฉลี่ย 2-4 เดือน) ดังนั้น ลูกค้าส่วนใหญ่มักเลือกใช้บริการของเราเข้าไปสำรวจและฝังหมุดอ้างอิงชั่วคราวก่อน เพื่อให้งานก่อสร้างหรือออกแบบเริ่มได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคิวจากราชการ

2. ขอบเขต เทคนิค และเครื่องมือทางวิศวกรรม

งานสำรวจภูมิประเทศ (Topo): คือการรังวัดเพื่อเก็บข้อมูลรายละเอียดวัตถุสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดบนดินและใต้ดินในพื้นที่ เช่น อาคาร ถนน แนวเสาไฟฟ้า ต้นไม้ ทางระบายน้ำ ควบคู่กับการเก็บค่าระดับความสูง-ต่ำของพื้นดินเพื่อนำมาประมวลผลจัดทำ เส้นชั้นความสูง (Contour) สำหรับงานเขียนแบบ วางผัง และคำนวณดินถม ดินตัด
งานรังวัดเขตที่ดิน (Boundary): คือการรังวัดที่มุ่งเน้นความถูกต้องของขอบเขตกรรมสิทธิ์ที่ดินตามโฉนด ตรวจสอบตำแหน่งหมุดหลักฐานที่ดินข้างเคียง และวัดระยะด้านแต่ละด้านของแปลงที่ดิน เพื่อป้องกันข้อพิพาทเรื่องการรุกล้ำแนวเขต

ทางเราอิงเกณฑ์ตามมาตรฐานสากลและระบบราชการไทย โดยพิกัดราบจะใช้ระบบพิกัดฉาก UTM (Universal Transverse Mercator) บนรูปทรงรี WGS84 (Zone 47N หรือ 48N ขึ้นอยู่กับพิกัดที่ตั้งแปลงโครงการ) ส่วนข้อมูลพิกัดทางดิ่งหรือค่าระดับความสูง จะอ้างอิงตามเกณฑ์ ระดับน้ำทะเลปานกลาง (Mean Sea Level: MSL) จากหมุดหลักฐานโครงข่ายหมุดดาวเทียมเชื่อมโยงฐานข้อมูลจากระบบ RTK GNSS Network ของกรมที่ดินและกรมแผนที่ทหาร ทำให้ข้อมูลสอดคล้องกับแบบก่อสร้างราชการอย่างแม่นยำ

เพื่อรักษามาตรฐานความคลาดเคลื่อนให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำสุดระดับมิลลิเมตร เครื่องมือสำรวจหลักทุกชิ้น ได้แก่ กล้องประมวลผลรวม (Total Station), ชุดรับสัญญาณดาวเทียมโครงข่าย GNSS RTK และกล้องระดับ (Automatic Level) ของแบรนด์สากลชั้นนำ (Topcon, Leica, Trimble) จะต้องผ่านกระบวนการสอบเทียบค่า (Calibration) และได้รับใบรับรองมาตรฐาน (Certificate of Calibration) จากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองสม่ำเสมอทุกๆ 6 เดือน ทีมงานจะมีการทำ Field Check หน้างานก่อนลงมือรังวัดจริงในทุกๆ โครงการ

3. การประเมินราคา ระยะเวลา และพื้นที่ให้บริการ

การประเมินราคาจะพิจารณาจาก 4 ปัจจัยหลัก เพื่อให้ลูกค้าได้รับราคาที่สมเหตุสมผลและประหยัดที่สุดครับ:
1. ประเภทและขอบเขตของงาน: เช่น งานระดับทั่วไป, งานทางราบ หรือการทำแผนที่ 3 มิติเชิงลึก
2. ขนาดของเนื้อที่โครงการ (ไร่/ตารางวา): พื้นที่ขนาดใหญ่จะมีอัตราค่าบริการต่อไร่ที่ลดลงตามสัดส่วน
3. สภาพภูมิประเทศและอุปสรรคหน้างาน: พื้นที่โล่งราบ, พื้นที่มีสิ่งปลูกสร้างหนาแน่น หรือพื้นที่ป่ารกชัฏที่มีอุปสรรคต่อการส่งสัญญาณและบดบังแนวสายตากล้อง
4. สถานที่ตั้งของโครงการ: ระยะทางจากสำนักงานใหญ่เพื่อคำนวณค่าเดินทาง
* ลูกค้าสามารถส่งสำเนาโฉนดและแชร์พิกัดตำแหน่งมาให้เราเพื่อขอรับใบเสนอราคาอย่างเป็นทางการได้ฟรี โดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ

เราแบ่งกระบวนการทำงานออกเป็น 2 ส่วนหลักชัดเจน ดังนี้ครับ:
1. งานภาคสนาม (Field Work): ทีมวิศวกรและช่างสำรวจลงพื้นที่จัดตั้งหมุดโครงการและรังวัดเก็บข้อมูลจริง สำหรับพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่ จะใช้เวลาประมาณ 1-2 วันทำการ
2. งานประมวลผลในสำนักงาน (Office Work): นำค่าพิกัดดิบจากสนามมาตรวจสอบความถูกต้อง (Closing Error Test) ประมวลผลผ่านซอฟต์แวร์ทางวิศวกรรม เขียนแบบ AutoCAD แยกเลเยอร์ และจัดทำรูปเล่มรายงาน ใช้เวลาประมาณ 3-5 วันทำการ
รวมระยะเวลาส่งมอบงานนับจากวันที่ลงสนามเสร็จสิ้นจะอยู่ที่ประมาณ 5-7 วันทำการ (สำหรับโครงการขนาดทั่วไป)

เราให้บริการงานสำรวจรังวัดวิศวกรรมทุกประเภทครอบคลุมทั่วประเทศไทย ทั้งในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัดทุกภูมิภาค สำหรับงานในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด จะมีรายการคำนวณค่าเดินทาง ค่ายานพาหนะภาคสนาม และค่าที่พักสำหรับทีมช่างสำรวจเพิ่มเติมตามระยะทางจริง ซึ่งรายละเอียดค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะระบุไว้อย่างชัดเจน โปร่งใส ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงเพิ่มเติมภายหลังแน่นอนครับ

4. การส่งมอบงาน การรับรอง และการนำไปใช้งาน

สิ่งที่ลูกค้าจะได้รับส่งมอบเมื่อจบงานประกอบด้วยรูปแบบดิจิทัลและเอกสารรูปเล่มมาตรฐานสากล ได้แก่:
- ไฟล์ AutoCAD (.DWG): แบบแปลนแผนที่ดิจิทัลที่มีโครงสร้าง Layer แยกประเภทวัตถุชัดเจน (เช่น แนวเขต, ถนน, สิ่งปลูกสร้าง, ระดับความสูง) ง่ายต่อการนำไปใช้งานออกแบบต่อ
- ไฟล์ PDF & เอกสารรูปเล่มพิมพ์เขียว: แปลนแผนที่ตามมาตราส่วนสากล พร้อมตารางค่าพิกัดหมุดหลักฐานอ้างอิง
- เล่มรายงานผลการสำรวจ (Survey Report): รายละเอียดขั้นตอน วิธีการ เกณฑ์ความถูกต้อง และภาพถ่ายประกอบหน้างาน
- ไฟล์ข้อมูลดิบเฉพาะทาง (สำหรับงานโดรน): เช่น ภาพถ่ายออร์โธโฟโตความละเอียดสูง (Orthophoto), โมเดลพื้นผิวเชิงเลข (DSM/DTM) หรือรูปแบบ Point Cloud

ตัวข้อมูลพิกัดฉากและตำแหน่งหมุดหลักฐานอ้างอิงถาวร (Control Points) ที่ทีมงานสร้างไว้จะไม่มีวันหมดอายุ ตราบใดที่หมุดคอนกรีตหน้างานไม่ถูกทำลายหรือเคลื่อนย้ายจากการปรับเกลี่ยดิน อย่างไรก็ตาม สภาพภูมิประเทศรอบข้าง (เช่น การสร้างอาคารใหม่ ถนนตัดผ่าน หรือการกัดเซาะของดิน) มักจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น สำหรับงานออกแบบทางวิศวกรรมโครงสร้างและงานระบายน้ำที่มีความไวต่อค่าระดับ แนะนำว่าไม่ควรใช้แบบแผนที่สำรวจที่มีอายุเกิน 1-2 ปี เพื่อป้องกันข้อมูลคลาดเคลื่อนจากสภาพปัจจุบันทางกายภาพที่เปลี่ยนไปครับ

คำแนะนำสำคัญจากวิศวกรสำรวจ: ทุกโครงการสำรวจเพื่อการก่อสร้างอาคารสูงหรืองานวางโครงสร้างพื้นฐานขนาดย่อม (Setting Out) ความคลาดเคลื่อนเพียง 1 เซนติเมตร อาจส่งผลกระทบต่อกฎหมายระยะร่นอาคารและความแข็งแรงเชิงโครงสร้าง เราขอแนะนำให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบให้มั่นใจว่า แบบสถาปัตยกรรมที่นำมาอ้างอิงเป็นเวอร์ชันล่าสุด (Final Approved Shop Drawing) ก่อนส่งต่อให้ทีมวิศวกรสำรวจของเราทำการวางหมุดจริงหน้าสนาม

Get In Touch

หากมีข้อสงสัยหรือต้องการประเมินราคา

ทีมวิศวกรสำรวจของเรายินดีให้คำปรึกษา แนะนำเทคนิคที่เหมาะกับงบประมาณและวัตถุประสงค์โครงการของคุณ

สำนักงานใหญ่

พร้อมให้บริการและตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับงานสำรวจของคุณ

ที่อยู่ บริษัท เจ แอนด์ ที เซอร์เวย์ จำกัด
เลขที่ 88/9 ถนนลาดพร้าว แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทรศัพท์ 02-000-0000
อีเมล info@jtsurvey.com
เวลาเปิดทำการ จันทร์ - เสาร์ (08:30 - 17:30 น.)